More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  Aedjung BlogPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

Aedjung Blog

ด้วยรักและคิดถึง คนึงหาทุกคืนวัน อยากให้มาเป็นเพื่อนกัน ร่วมแบ่งปันฝันที่มี
by 
by 
No list items have been added yet.
May 11

สุขได้แม้ภัยมา

มีบทความดีๆ มาฝาก เห็นว่าเหมาะกับสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ถ้าหาใครอยากรู้รายละเอียดหรือความรู้อื่นๆ อีก เข้าไปดูใน www.budpage.com นะคะ

อยากให้เราคนไทยทุกคนมีความสุข และรักกันมากๆ  โลกจะได้เกินสันติสุข นะคะ

 

 

สุขได้แม้ภัยมา [ สารคดี มกราคม ๒๕๕๐ ] โดย พระไพศาล วิสาโล

เวลาพูดถึงความสุข เรามักนึกถึงสิ่งดี ๆ ที่อยากให้เกิดขึ้นกับตน เช่น ความมั่งมี เกียรติยศ สุขภาพ ความสำเร็จ ชื่อเสียง และคำสรรเสริญเป็นต้น ด้วยเหตุนี้พอถึงวาระสำคัญของชีวิตหรือเทศกาลสำคัญของปี เช่น วันเกิด วันปีใหม่ เราจึงอยากได้คำอวยพรให้เจริญด้วยสิ่งเหล่านั้น ยิ่งหากได้ไปกราบหลวงพ่อคูณด้วยแล้ว ไม่มีพรใดที่ผู้คนอยากได้จากท่านมากไปกว่าคำพูดว่า “กูขอให้มึงรวย” และไม่มีวัตถุมงคลใดที่น่าสักการะเท่ากับแผ่นป้ายที่(เชื่อว่า)ท่านปลุกเสกเอาไว้ว่า
“บ้านนี้อยู่แล้วรวย”

แต่จริงหรือที่รวยแล้วจะมีความสุข คนรวยที่ถูกรุมเร้าด้วยความเครียดมีอยู่ทุกหนแห่ง คนไทยทุกวันนี้รวยกว่าเมื่อ ๔๐ ปีก่อนหลายเท่าตัว แต่ขณะเดียวกันอัตราการป่วยด้วยโรคเครียดก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าตามโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ มีการสั่งยาคลายเครียดหรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทถึง ๑ ใน ๔ ของใบสั่งยาทั้งหมด ส่วนในกรุงเทพมหานครและภาคกลางก็พบว่ามีการใช้ยาคลายเครียดเพิ่มสูงขึ้นมาก ในชั่วเวลาเพียง ๒ ปี คือระหว่างปี ๒๕๔๔ ถึง ๒๕๔๖ มีการใช้ยาคลายเครียดเพิ่มขึ้น ๔ เท่าตัว

อาจเป็นไปได้ว่าเพราะเครียดและครุ่นคิดกับการทำมาหาเงินนี่แหละถึงทำให้รวย ใคร ๆ จึงอยากจะรวยโดยไม่ต้องเหนื่อยยาก แต่ความร่ำรวยที่ได้มาง่าย ๆ โดยไม่ต้องออกแรงก็ใช่ว่าจะทำให้มีความสุขเสมอไป มีหลายรายที่ได้เงินมาหลายสิบล้านจากการถูกล็อตเตอรี่หรือขายที่นา แต่ในชั่วเวลาไม่กี่ปีกลับกลายเป็นคนติดเหล้า เต็มไปด้วยหนี้สิน หรือลงเอยด้วยการเป็นแรงงานรับจ้าง บางรายหนักกว่านั้น ชั่วเวลาไม่ถึงเดือนที่ได้เงินรางวัล ๒๐ ล้านบาท ก็กินยาพิษฆ่าตัวตาย เนื่องจากเครียดที่ถูกใครต่อใครรุมทึ้ง แม้จะแบ่งให้ไปก็ยังไม่เป็นที่พอใจ จนบางคนถึงกับโทรศัพท์มาขู่ฆ่า เจ้าตัวจึงตัดสินใจดับชีวิตตัวเองเพื่อหนีทุกขลาภ

ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ๒๕๔๓ มีสามีภรรยาคู่หนึ่งได้เงินรางวัลจากล็อตเตอรี่ร่วม ๑๐๐ ล้านเหรียญ เงินมหาศาลขนาดนี้น่าจะทำให้มีความสุขไปชั่วชีวิต แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้น ๕ ปี มีรายงานข่าวว่าสามีภรรยาคู่นี้หย่าขาดจากกัน ต่อมาสามีก็ตายด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับสุรา ส่วนภรรยาก็ตายอย่างโดดเดี่ยวในคฤหาสน์ สามีภรรยาคู่นี้คงไม่จบชีวิตอย่างนี้หากไม่ถูกล็อตเตอรี่ ใช่หรือไม่ว่า “โชค” นั้นมักกลายเป็น “เคราะห์” ได้อย่างที่เรานึกไม่ถึง

พูดมาทั้งหมดนี้มิได้หมายความว่า เงินหรือความร่ำรวยจะทำให้เราเป็นทุกข์เสมอไป ประเด็นอยู่ที่ว่า ความสุขของคนเรานั้นไม่ได้อยู่ที่ว่ามีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับเรา แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นอย่างไร แม้ความมั่งมีเกิดขึ้นกับเรา แต่หากเกี่ยวข้องกับมันไม่ถูกต้อง (เช่น ใช้อย่างไม่บันยะบันยัง หรือไม่คบใครเพราะคิดว่าฉันรวยแล้ว หรือหวาดระแวงกลัวคนมาแย่งไป) ย่อมทำให้ชีวิตตกต่ำหรือเป็นทุกข์

ในทำนองเดียวกัน เมื่อมีชื่อเสียงเกียรติยศหรืออำนาจแล้ว เกิดหลงตัวลืมตนขึ้นมา ไม่คบค้าสมาคมกับใคร ย่อมมีแต่ “พวก” แต่ไร้ “เพื่อน” แม้จะแวดล้อมด้วยผู้คนแต่ในใจนั้นกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง (เหมือนสำนวนจีนที่ว่า “ยิ่งสูง ก็ยิ่งหนาว”) ขณะเดียวกันก็หวาดระแวงใคร ๆว่าจะเด่นดังเกินกว่าตน หรือแย่งอำนาจไปจากตน ไปไหนมาไหนถ้าไม่มีใครมาพินอบพิเทาก็จะขุ่นเคืองใจ มิหนำซ้ำความหลงตนยังทำให้ลุแก่อำนาจ ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น จนเกิดศัตรูไปทั่ว ชีวิตเช่นนี้ย่อมอยู่ร้อนนอนทุกข์ จะมีความสุขได้อย่างไร

ในทางตรงข้ามแม้จะไม่ร่ำรวย แต่พอใจในสิ่งที่มี เพราะได้กินอิ่มนอนอุ่น ซ้ำยังมีเงินเหลือเผื่อแผ่ผู้อื่นหรือได้ทำบุญทำทาน ชีวิตเช่นนี้ย่อมมีความสุขมากกว่าเศรษฐีร้อยล้านที่รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ายังรวยไม่พอ หรือหวาดวิตกกับราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ต้องดูอื่นไกล ชาวบ้านที่พอใจกับผ้าห่ม ๑ ผืนที่ได้รับแจก ย่อมมีความสุขมากกว่าพนักงานที่ได้โบนัส ๑ แสนบาทแต่ไม่พอใจที่เพื่อนร่วมงานได้ ๒ แสนบาท

ผ้าห่มราคาไม่ถึง ๑๐๐ บาท อาจให้ความสุขได้มากกว่าโบนัส ๑ แสนบาท ความแตกต่างนั้นไม่ได้อยู่ที่ใครเป็นผู้รับ แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้รับนั้นวางจิตวางใจอย่างไร ถึงจะเป็นชาวบ้าน แต่ถ้าไปเปรียบเทียบกับบ้านอื่นที่ได้ผ้าห่ม ๒ ผืน ก็ขุ่นเคืองใจได้ง่าย ๆ พูดอีกอย่างก็คือ ได้อะไรไม่สำคัญเท่ากับว่ามีท่าทีอย่างไรกับสิ่งนั้น ถึงจะได้เงินมาหลายสิบล้านบาท แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับเงินก้อนนั้นอย่างไม่ถูกต้อง ก็เป็นทุกข์ได้ อาจเป็นทุกข์ตั้งแต่รู้ข่าวด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาขอหรือแย่งไป แต่ถ้าตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะแบ่งปันให้ผู้อื่น ไม่คิดหวงกอดเงินก้อนนั้นเอาไว้คนเดียว เงินก้อนนั้นก็นำความสุขมาให้ได้ไม่ยาก ยิ่งรู้เท่าทันว่าเงินจำนวนมากเช่นนั้นมีโทษอย่างไรบ้าง ก็ยากที่จะถูกเงินก้อนนั้นทำร้ายเอา

ความสุขของคนเรานั้น ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับเรามากน้อยเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราเกี่ยวข้องกับมันอย่างไร แม้เจ็บป่วยหรือทุพพลภาพ ก็ยังมีความสุขได้ หากรู้จักวางใจให้เป็น มีผู้ป่วยมะเร็งหลายคนที่มีความสุขมากกว่าคนปกติ หลายคนยอมรับว่าตนเองมีความสุขมากกว่าตอนที่ยังไม่เป็นมะเร็งเสียอีก ทั้งนี้ก็เพราะมะเร็งทำให้เขาหันเข้าหาธรรมะ และค้นพบความสุขที่แท้ซึ่งมีอยู่แล้วในจิตใจของตน ชีวิตที่เคยว้าวุ่นผันผวนและล่องลอยไปตามกระแสโลก กลับกลายเป็นชีวิตที่สงบเย็นมั่นคงและมีจุดหมายในการดำรงอยู่
ก้อนมะเร็งนั้นอันตรายยิ่งกว่าเม็ดสิวบนใบหน้า ใคร ๆ ก็รู้ แต่เหตุใดมะเร็งถึงทำให้บางคนพบกับความสุขที่ลึกซึ้ง ขณะที่สิวเพียงไม่กี่เม็ดบนใบหน้าสามารถทำให้เด็กสาวบางคนถึงกับฆ่าตัวตายได้ คำตอบนั้นไม่ได้อยู่ที่อิทธิฤทธิ์ของก้อนมะเร็งหรือเม็ดสิว แต่อยู่ที่ท่าทีของเจ้าตัวต่อสิ่งนั้นต่างหาก สิวเพียงไม่กี่เม็ด หากมัวแต่หมกมุ่นครุ่นคิดถึงมัน ด้วยความรู้สึกรังเกียจและอับอาย มันก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ จนสามารถผลักไสให้เราทำร้ายตัวเองได้เพียงเพื่อจะหนีมันไปให้พ้น ๆ เท่านั้น

มะเร็งนั้นทำร้ายเราได้แค่ร่างกาย แต่ไม่สามารถทำร้ายจิตใจเราได้ เว้นเสียแต่ใจเราจะเผลอไปทำร้ายตัวเอง การยอมรับความจริง ไม่คิดผลักไสหรือปฏิเสธ ขณะเดียวกันก็ไม่ไปกังวลหรือหมกมุ่นกับอนาคต ช่วยให้เราอยู่กับปัจจุบันได้อย่างไม่ทุกข์ และถ้ารู้จักมองในแง่บวก ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเอง “โชคดี” บางคนเมื่อได้รับแจ้งจากหมอว่ามีมะเร็งอยู่ที่เต้านม ก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าตัวเองโชคดีที่มารู้ความจริงขณะที่มันยังอยู่ในระยะต้น บางคนพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งสมอง แต่ก็ไม่ทุกข์ เพราะรู้สึกว่าโชคดีที่ไม่ได้เป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่เช่นนั้นคงจะเจ็บกว่านี้มาก

มะเร็งฉันใด ความพิการก็ฉันนั้น ในขณะที่หลายคนพูดว่า “โชคดีที่เป็นมะเร็ง” บางคนก็พูดว่า “ขอบคุณที่พิการ” เพราะหากไม่พิการ ก็คงไม่มาสนใจธรรมะ จนมีจิตที่โปร่งเบาและสงบเย็นอย่างที่คนธรรมดายังอิจฉา ในทางตรงกันข้าม คนที่มีอาการครบ ๓๒ จำนวนมากมาย กลับมีความทุกข์เพียงเพราะว่าผมแตกปลาย รักแร้คล้ำ น้ำหนักมาก หรือหน้าอกเล็ก บางคนพิการตั้งแต่คอลงมา แต่มีความสุขที่สามารถสร้างสรรค์ภาพวาด โดยใช้ปากคาบพู่กัน จนกลายเป็นศิลปินที่มีชื่อ ขณะที่หลายคนซึ่งมีร่างกายปกติทุกอย่างแต่ทุกข์เพราะไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง หรือใช้ชีวิตอย่างเสเพลจนตัวเองเดือดร้อน

การมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับชีวิต ไม่ว่า ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียงเกียรติยศ หรือสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ได้เป็นหลักประกันของความสุข สิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่ใจของเราต่างหาก ถึงแม้จะมีสิ่งร้าย ๆ เกิดขึ้นในชีวิต แต่หากเกี่ยวข้องกับมันอย่างถูกต้อง (เช่น ยอมรับว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิต หรือเป็นสิ่งที่ไม่อาจหนีพ้น) และรู้จักใช้ประโยชน์จากมัน หรือรู้จักมองให้เป็น ก็สุขได้ไม่ยาก สำหรับบางคน การตกงานจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องมามัวเศร้าโศกเสียใจ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้มีเวลากลับไปอยู่กับพ่อแม่และช่วยงานท่านที่บ้าน บางคนได้มีโอกาสพบงานใหม่ที่ดีกว่าก็เพราะถูกไล่ออกจากงาน สตีฟ จ๊อบส์ ถึงกับพูดว่า การที่ตนเองถูกไล่ออกจากบริษัท แอ๊ปเปิ้ลที่ตนสร้างมากับมือ นั้น “เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับผม” เพราะทำให้เขาไปบุกเบิกเทคโนโลยีแอนิเมชั่นที่บริษัทพิกซาร์ จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากผลงานอย่างเช่น Toy Story ก่อนที่ตัวเขาจะดังสุด ๆ จากเครื่องiPod

การที่สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับเรานั้น ต้องอาศัยเหตุปัจจัยต่าง ๆ มากมาย ที่เราควบคุมไม่ได้ จนบางคนยกให้เป็นเรื่องของ “โชค”ไป หลายคนจึงเอาแต่พึ่งโชค หาไม่ก็หวังอำนาจดลบันดาลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไป โดยหาได้ตระหนักไม่ว่า ถึงแม้จะมีสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับเรา แต่อาจลงเอยด้วย ความทุกข์หรือความตกต่ำลำเค็ญก็ได้ อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่เป็นเรื่องของ “เคราะห์” แต่เป็นเรื่องของ “กรรม” กล่าวคือเกิดจากการกระทำของเราเองที่ไปเกี่ยวข้องกับมันอย่างไม่ถูกต้อง หรือวางใจไว้ไม่เป็นต่างหาก หากวางใจไว้เป็นแล้ว แม้แต่คำตำหนิก็กลายเป็นของดี ที่ช่วยให้เราฉลาดขึ้น (ถ้าไม่ฉลาดเพราะเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น ก็ฉลาดเพราะเห็นนิสัยคนตำหนิได้กระจ่างขึ้น) ด้วยท่าทีเช่นนี้ เล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ จึงกล่าวว่า “วันไหนไม่ถูกตำหนิ วันนั้นเป็นอัปมงคล”

เจออะไร จึงไม่สำคัญเท่ากับเจอ อย่างไร ในทำนองเดียวกัน เป็นอะไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับเป็น อย่างไร ถึงจะเป็นคนสวนหรือเสมียน ก็อาจมีความสุขกว่าเป็นผู้จัดการ หากทำงานด้วยใจรักหรือมีฉันทะและเห็นคุณค่าของงานนั้น ไม่ใช่ทำด้วยตัณหาหรือมีกิเลสเป็นตัวผลักดัน ครูที่สอนด้วยความรักศิษย์นั้น สามารถสร้างสุขและก่อประโยชน์แก่ประเทศชาติได้มากกว่านายกรัฐมนตรีที่หวงอำนาจ ดังนั้นแทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาคอยว่าจะได้เป็นอะไรที่เด่นดังสูงส่งเสียที มาให้ความสำคัญกับการเป็นสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ให้ดีที่สุดจะไม่ดีกว่าหรือ

สุขหรือทุกข์นั้น ถึงที่สุดแล้วก็อยู่ที่ใจของเราเป็นประการสำคัญ อย่างอื่นนั้นมีความสำคัญรองลงมา กล่าวอีกนัยหนึ่ง ปัจจัยภายในสำคัญกว่าปัจจัยภายนอก ดังนั้นแทนที่จะหวังให้มีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับเรา มาฝึกใจกันให้ฉลาดในการเกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ ดีกว่า เช่น พอใจในสิ่งที่มี รู้เท่าทันและยอมรับในความไม่เที่ยงของมัน ไม่หลงใหลเพลิดเพลินจนลืมตัว รู้จักใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น และมองเห็น “โชค”จาก “เคราะห์” พอ ๆ กับที่รู้ทันว่ามี “เคราะห์” ซ่อนอยู่ใน “โชค” ที่สำคัญก็คือ สามารถเข้าถึงความสุขภายใน โดยไม่ติดยึดกับความสุขจากภายนอก หากทำได้เช่นนั้น อะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่สำคัญ เพราะเรารู้ว่าเกี่ยวข้องกับมันอย่างไรจึงจะไม่ทุกข์แต่เป็นสุขอยู่เสมอ

May 09

ความรัก

 
 
ความรักที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ความเมตตา กรุณา"
 
เมตตา แปลว่า  ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข
กรุณา  แปลว่า  ปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์
 
ความรักทั่วไป มีผูกพัน มีหวังผล มียึดมั่น เมื่อรักแล้วไม่ได้รักตอบ ก็เสียใจหนักหนา เมื่อรักก็หวัง ถ้าไม่ได้สิ่งที่หวังก็เสียใจอีก รักแท้จะไม่ยึดมั่นอะไรเลย มีแต่ปล่อยวาง ไม่มีหวังผล มีนักข่าวไปสัมภาษณ์ คุณยายแก่ๆ คนหนึ่ง ซึ่งอยู่ตัวคนเดียวเป็นขอทานไปวันๆ  นักข่าวถามว่า ลูกคุณยายอยู่ไหน คุณยายตอบว่า เขามีครอบครัวแยกย้ายกันไปหมดแล้ว นักข่าวถามว่า คุณยายรู้สึกโกรธไหม เสียใจไหมที่ลูกหลานเขาทิ้งไปอย่างนี้ ยายตอบไปว่า ไม่เลย ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก ฉันคิดแต่ว่าเขามีความสุข มีความสบายฉันก็พอใจแล้ว ไม่ต้องมาตอบแทนอะไรหรอก ฉันก็อยู่ของฉันได้อย่างนี้... นี้คือ "รักแท้" รักที่มีแต่ให้ รักที่ไม่คาดหวัง รักที่ไม่ผูกพัน
 
ขอให้มีความรักความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ ต่อทุกคนที่เราพบ ทุกคนที่เราเจอ ไม่ว่าเขาจะเป็นญาติมิตรของเราหรือไม่ ขอให้คิดว่าทุกสิ่งในโลกนี้ไม่ใช่ของเรา แม้แต่ตัวของเรา ถึงเวลาแก่ก็แก่ จะป่วยก็ป่วย จะตายก็ตาย ไม่ได้ดั่งใจ เมื่อตัวเราเองยังไม่ใช่ของเราอย่างแท้จริงเลย บุตรหลานเรา ทรัพย์สมบัติของเราก็ยิ่งไม่ใช่ของเรา เพียงแต่เราหลงไปยึดเท่านั้น ทุกคนมีบุญกรรมเป็นของเขาเอง เพียงแต่ได้มารู้จักกัน ได้มาเกิดเป็นพ่อแม่ลูกญาติพี่น้องกันเท่านั้น ถึงคนอื่นแม้จะไม่สนิทหรอไม่รู้จักกันเลย ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายของเราเหมือนกัน บางครั้งก็มีกระทบกระทั่งกันบ้าง ผลประโยชน์ขัดกันบ้าง ขอให้ปล่อยวางและมีเมตตากรุณาต่อกันเถิด
 
ความเมตตา กรุณาที่ไม่ยึดมั่น ผูกพัน คาดหวัง คือ "รักแท้" ที่เราควรมี เป็นรักแท้ที่ไม่มีวันจะเสียใจ เพราะไม่ต้องการคาดหวังอะไรตอบแทนเลย ในยุคนี้เราทุกคนกำลังต้องการความรักอย่างนี้  คือ เมตตา กรุณา ให้อภัยต่อกัน ให้มากไว้ ต้องการสติ อดทนต่อทุกเรื่องที่จะมากระทบจิตในอยู่เสมอ
 
ขอให้จำไว้ว่า เมื่อไรมีรัก ที่ใดมีรัก ขอให้เป็นรักแท้ คือเมตตา กรุณา เป็นความรัก ... ที่ไม่มีวันจะเสียใจ และเป็นความรักที่โลกต้องการ
 
 
ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก "ธรรมะผ่านใจ" น.ท. น.พ. จักรพงศ์ ไพบูลย์

ความสุข

 
 
 
 
เวลาที่เรามีความสุข... เราจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
และเวลาที่ความสุขผ่านเข้ามานั้นมันรวดเร็วเสียเหลือเกิน
ผ่านมาไม่นานความสุขที่เรามีก็ได้มลายไปก่อนที่เราจะรู้ตัวด้วยซ้ำ...
และเราก็หารู้ไม่ว่าเจ้าความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรานั้น มันมีอะไรที่แอบแฝงเข้ามาด้วย...
 
 
...หลังจากที่เจ้าความสุขนั้นมลายหายไป
ทิ้งเอาไว้แค่เพียง ความทรงจำที่กลายเป็น "อดีต" และทิ้งรอยจางๆ
ของความห่วงหา คิดถึง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เอาไว้ให้เราได้คิดถึง...
และทิ้งร้างเป็นอดีตที่ควรจดจำ...
 
สำหรับบางคนมีความสุขที่ผ่านมาในชีวิต เขาไม่อาจที่จะรู้ตัวได้ว่ามีมันแล้ว
เขาทิ้งเวลาอันมีค่านั้นไป... พอวันหนึ่ง ...
เขาคร่ำครวญหาความสุข... แต่เขาก็ไปพบมัน
เขาบอกกับตัวเองว่า "ทำไมชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้พบความสุขเลย" มีแต่ความทุกข์ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนเขาตลอดเวลา
โดยหารู้ไม่ว่า การที่เขาเฝ้าถามหาความสุขนั้น มันกล้ำกรายเข้ามาหาเขาตลอดเวลา
แต่เขาเองไม่พิจารณาเห็นมันต่างหากเล่า...
 
ฉันใดก็ฉันนั้น การที่เราจะคอยแต่ค้นหาความสุข...โดยที่ไม่รู้เลยว่า...
แท้จริงแล้ว "ความสุข" เป็นเช่นไร...
 
อย่าค้นหากันต่อไปเลย ... ชีวิต... ที่เป็นอยู่ของทุกคนมีความสุขปะปนอยู่แล้ว
 
สุขจากการได้รักใครสักคน...ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับรู้
 
สุขจากการให้...แบ่งปัน...ให้คนอื่นเสมอๆ โดยไม่เลือกว่าเขาคนนั้นเป็นใคร มาจากไหน
 
สุขจากการดูแลเอาใจใส่คนที่เรารักเท่าที่เราจะทำได้
 
สุขจากการทำความดี เท่าที่ชีวิตหนึ่งๆ ของเราจะทำได้
 
สุขจากการห่วงหาอาทร ซึ่งกันและกัน
 
ความสุขที่ยั่งยืน...คือ "ความสุขที่มาจากการให้" เพราะมันจะตราตรึงอยู่ในหัวใจของผู้รับตลอดไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
 
เพราะฉะนั้น ... อยากจะชวนทุกคนที่ไม่เคยมีความสุข หันเข้ามาพิจารณาตัวเองว่า ณ วันนี้ คุณทำอะไรบ้าง ที่คุณคิดว่า ทำแล้วรู้สึกว่าใจเราพองโต...และเอิบอิ่ม...นึกถึงทีไร เรียกรอยยิ้มจากใบหน้าของเราได้ หรืออาจทำให้เราแอบอมยิ้มได้...นั่นแหล่ะความสุข
 
หาได้ไม่อยากเลยใช่ใหม?
วันนี้คุณได้หัวเราะ หรืออมยิ้มบ้างหรือยังคะ
 
ใครๆ ที่มีความสุข มาแบ่งปันกันบ้างนะคะ
 
 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
More...
View space
อาร์ม
View space
love love จุ๊บจุ๊บ
View space
风之吻
View space
ธาดา
View space
Mook
View space
junna
View space
ciao
View space
นายยุรนันท์
View space
jose luis
View space
นายแสนดี บังเอิญโสด
View space
^0^...Nong..NOO..*o*
View space
笨笨小明
View space
紫氣東來
View space
有用的图文
View space
郑勇健
View space
许清德,qingde xu
View space
河南旅游景区营销
View space
VINCENT(1970)
View space
kemal
View space
刘瑜(张文良画室/非主流包包
View space
xiao yinying
View space
三弄·号天
View space
(ไม่มีชื่อ)
View space
katiuska
View space
karena law
View space
Cloud
View space
SANDRA
View space
chaisili แอ็ด
View space
แค่เล่นๆนะ ไม่จริง
View space
javier
View space
joseluis
View space
fanrk
View space
R's beer
View space
美香
View space
วสันต์
View space
Cristina
View space
peter
View space
Dario | KàoS Dj
View space
rungradee
View space
pop
View space
harc_diurno
View space
行者无疆
View space
Luis Javier Ventura
View space
ple_ja
View space
e_griewe@hotmail.com
View space
TeLLu
View space
Tuncer